ร่วมแสดงความคิดเห็น  
GISTDA
13/10/2010

พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน โอกาสไทยในเวทีสปาบำบัดโรค

โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ
27/05/2009
 

พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน โอกาสไทยในเวทีสปาบำบัดโรค

ออกอากาศเมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2552

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2552

สุรนันทน์         วันนี้เราจะมาพูดคุยกับพญ.พักตร์พิไล ทวีสิน  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและผิวพรรณ และนายกสมาคม World Medical Spa Association ครับ เมืองไทยตอนนี้เขาบอกเป็นสปาแห่งโลก เหมือนกันหรือเปล่า สปาธรรมดากับเมดิคอล สปา
 
พญ.พักตร์พิไล            ไม่เหมือนกันเลย แตกต่างกันอย่างมาก เมืองไทยไม่ได้เป็นศูนย์ สปาอย่างเดียว เขาเรียกว่าเป็นศูนย์กลางของ เมดิคอล ทัวริสซึ่มด้วย ซึ่งน่าภาคภูมิใจเพราะฉะนั้นเมดิคอล สปา คือเอาศาสตร์ทางการแพทย์ปัจจุบัน กับเรื่องของการแพทย์ทางเลือก ซึ่งสปาบำบัดถือเป็นการแพทย์อย่างหนึ่ง จะว่าไปแล้วสปามีมา 300 กว่าปีที่แล้วเป็นสูตรหนึ่งของการบำบัดรักษาโรค
 
สุรนันทน์         แล้วของคุณหมอเป็นอย่างไรครับ
 
พญ.พักตร์พิไล            เมดิคอล สปา เราจะมีการแพทย์แผนปัจจุบันเข้ามาด้วย เป็นการผสมผสานกันก็คือ มีการแพทย์แผนปัจจุบันเข้ามาผสมผสานกับการแพทย์ทางเลือก แล้วสปาถือว่าเป็นตัวหนึ่งของการแพทย์ทางเลือก เพราะฉะนั้นเป็นศูนย์เดียว มาที่เดียวได้ทุกอย่าง เรามีหลายโปรแกรม
 
สุรนันทน์         อ้วนๆอย่างผมเดินไปหาคุณหมอ จะต้องทำอะไรบ้าง
 
พญ.พักตร์พิไล            เรื่องการลดความอ้วนเราก็ถือว่าเป็นหนึ่งในโปรแกรมของ
เมดิคอล สปา จริงๆ เมดิคอล สปา ทำทั้งตัวเลย ความสวยความงาม ลดความอ้วน Anti-Aging ก็อยู่ที่วัตถุประสงค์ของผู้มารับบริการหรือคนไข้ ว่ามีจุดประสงค์อะไร
 
สุรนันทน์         แต่คนเราสมมติว่าอยากจะสวย อยากจะมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนนาน คนที่จะสมบูรณ์แบบจริงๆมีหรือ
 
พญ.พักตร์พิไล            จริงๆทำได้ แล้วก็ต้องทำในเมดิคอล สปานี่แหละ เพราะว่าจริงๆแล้วอย่างโรงพยาบาลหรือการแพทย์แผนปัจจุบันจะเน้นเมื่อเกิดโรค ต้องป่วยก่อนจึงจะไปหาหมอ แล้วเขาก็รักษาแค่โรค แต่เมดิคอล สปา ไม่ได้รักษาแค่โรค ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติว่าคนเป็นโรคอ้วนไปโรงพยาบาลอาจจะให้กินยาลดความอ้วน หรือว่าให้ดูดไขมัน นั่นคือการรักษาแบบการแพทย์แผนปัจจุบันซึ่งแก้ที่ปลายเหตุ แต่ถ้าเป็นเรื่องของเมดิคอล สปา เราดูคนไข้เป็นองค์รวม เราจะมีโปรแกรมการเปลี่ยนพฤติกรรม เวลามาถึงมีตั้งแต่ปรึกษาหมอ ถ้าเป็นรายที่อ้วนมากก็สามารถจ่ายยาได้ มีการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่นเครื่องอัลตร้าซาวด์ มีเครื่องวิทยุเพื่อที่จะมาสลายไขมันเฉพาะส่วน แต่ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องโภชนาการ ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย การนวดแบบสปา ไปถึงการฝังเข็ม การสะกดจิต คนบางคนที่อ้วนมากๆจิตใต้สำนึกเขาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะลดความอ้วนได้
 
สุรนันทน์         แต่การที่เอาความเป็นหมอเข้ามา มีความจำเป็นแค่ไหน บางทีคนบอกว่ากลัวหมอ
 
พญ.พักตร์พิไล            ศาสตร์ของแพทย์ทางเลือกบางคนก็บอกว่าเป็น วูดู เมดิซีน เพราะคนไม่ได้คิดว่ามีการวิจัย ในปัจจุบันนี้มีเรื่องของการวิจัยการรับรองเรื่องของสมุนไพร แม้กระทั่งการนวด ยกตัวอย่างคนไข้ที่หัวใจวายร้อยละ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ภายใน 3 เดือนจะหัวใจวายครั้งที่สอง เป็นสถิติที่แม้จะให้คนไข้เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน แต่การให้ยา ภายใน 3 เดือน คนไข้ 1 ใน 3 จะต้องเข้ารักษาหนที่2 แต่งานวิจัยจากอังกฤษที่ทำมาหลายปีแล้วคือให้กลุ่ม 2 กลุ่ม กลุ่มละ 300 กว่าคน ดูแลโดยทีมแพทย์เดียวกัน นักโภชนากรเดียวกัน แนะนำการดูแลเหมือนกัน แต่กลุ่มหนึ่งได้รับการนวด 15 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกัน ซึ่งกลุ่มที่ได้รับการนวดใน 3 เดือนมีสถิติการหัวใจวายครั้งที่สองเพียงแค่ 8 % เพราะการนวดสปาอโรมาเธอราปี กลิ่นหอมที่ได้เข้าไปถึงเรื่องของจิตใจ เราต้องไม่ลืมว่าจริงๆแล้วความเครียดเป็นสาเหตุของโรคร้ายไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไปถึงมะเร็ง
 
 
สุรนันทน์         แล้วอย่างที่ไปนั่งสมาธิ กินอาหารธรรมชาติ ไม่พอหรือ
 
พญ.พักตร์พิไล            นั่นเป็นอัลเทอร์เนทีฟ เมดิซิน ซึ่งถ้าใครทำได้ก็ดี ที่เมดิคอล สปาเราเอาแพทย์แผนใหม่มาจับแพทย์แผนโบราณ ถามว่ามีหลักการและเหตุผลอย่างไรที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นแนวโน้มของโลก ในอเมริกาเองก็มี อัลเทอร์เนทีฟ เมดิซิน ถ้าทำสถิติย้อนหลังไป 50 ปี มีคนที่ใช้การแพทย์ทางเลือกมากกว่า 50% คือแต่ละคนที่ไปเริ่มใช้อโรมาบำบัดตัวเองคลายเครียดที่บ้าน หรือการไปนวด การออกกำลังกาย มีคนที่ใช้อย่างนี้อยู่แต่บางทีไม่บอกหมอ พอไม่ได้บอกหมอก็มีปัญหาเหมือนกันตรงที่ว่าหมอแผนปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วยังไม่มีความรู้เรื่องการแพทย์ทางเลือกแล้วก็เลยไม่ยอมรับ ไปหาหมอหมอก็จะจ่ายยา ซึ่งหมอเขาก็บอกว่ากินผักก็ดี แต่ไม่เชื่อมโยงกัน
 
สุรนันทน์         อะไรคือลำดับความสำคัญคุณหมอ เวลาคนไข้มาหา
 
พญ.พักตร์พิไล            ต้องถามว่าวัตถุประสงค์ของคนไข้คืออะไร ถ้ามาเป็นเรื่องสวยงามเราใช้การแผนปัจจุบันเช่นเลเซอร์ หรือฉีดโบท็อกซ์(BOTOX) เราก็ทำ ในเมดิคอล สปาทำได้หมด แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องแนะนำคนไข้ว่าคุณจะดูแลผิวพรรณอย่างไร จะกินอาหารอะไร ต้องมีอาหารเสริมหรือเปล่า ถ้าเราทำเลเซอร์ หรือทำโบท็อกซ์ กลับไปบ้านยังดื่มเหล้า ยังนอนดึก เดี๋ยวก็เหี่ยวกลับมาอีก ก็ไม่มีทางจะสวยได้นาน
 
สุรนันทน์         สมดุลจริงหรือเปล่า ผมกับคิดว่าอยู่ดีๆเอาสารเคมีเข้าไปในร่างกาย คุณหมอก็บอกว่าสร้างความสมดุลด้วยธรรมชาติ
 
พญ.พักตร์พิไล            จริงๆแล้วอยากให้เกิดความสมดุลโดยธรรมชาติ แต่การแพทย์แผนปัจจุบัน ของพวกนี้ที่ฉีกเข้าไปเป็นของธรรมชาติที่ไม่ใช่ธรรมชาติของตัวเรา จริงๆ ซึ่งผ่านการวิจัยมาเยอะข้อแทรกซ้อนก็ไม่ได้เยอะ เราใช้เป็นวิธีการเร่งด่วนสำหรับคนที่ต้องการ คือในเมดิคอล สปา เราก็จะแนะนำว่าคุณควรจะมาใช้สมุนไพรในการทำทรีทเม้นท์ นวดหน้า
 
สุรนันทน์         อย่างเด็กรุ่นใหม่ที่มีเรื่องกันอยู่ ที่ไปผ่าศัลกรรมพลาสติก เสร็จแล้วก็ปรากฏว่าไม่เป็นอย่างที่ตัวเองคิด
 
พญ.พักตร์พิไล            คนไข้ส่วนใหญ่จะมีความคาดหวังสูง จริงๆเราต้องมาดูว่าโครงกระดูก โครงสร้างมนุษย์ ไม่ใช่ผ่าตัดแค่ผิวหนัง โครงกระดูก โครงสร้างของเขาเป็นได้จริงหรือเปล่า คือหมดที่ดีต้องเสียเวลาอธิบายคนไข้
 
สุรนันทน์         ของคุณหมอ ทำไปถึงขั้นนั้นหรือเปล่า
 
พญ.พักตร์พิไล            ของเราไม่มีผ่าตัด เมดิคอล สปาจริงๆแล้วในอเมริกาบางที่เขาอาจจะมีการผ่าตัด แต่ว่าถ้าถามโดยส่วนตัวคำว่า สปา ต้องมีรูป รส กลิ่ง เสียง สัมผัส ที่ดี
 
สุรนันทน์         เมดิคอล สปา เป็นแค่การตลาดหรือเปล่า
 
พญ.พักตร์พิไล            เมดิคอล สปาไม่ใช่การตลาด ไม่ใช่เป็นเทรน ไม่เป็นแฟชั่น ในอนาคตจะมีการการแพทย์ทางเลือกมากขึ้น อย่างโรงพยาบาลในเมืองไทยหลายโรงพยาบาลเริ่มมีแผนกการแพทย์แผนไทยเข้ามา ยอมรับเรื่องของการฝังเข็มเข้ามา คือหลักของเมดิคอล สปาก็คือต้องเข้าถึงจิตใจของคนไข้ ก็มีการวิจัยว่าคนไข้ 50% หายตั้งแต่เจอหมอโดยไม่ต้องให้ยา เพราะว่าเมื่อมาหาหมอแล้วมีความมั่นใจ คือทั้งหมดต้องยอมรับในแง่ของสุขภาพกายใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว
 
 
สุรนันทน์         เราทำชั่วครั้งชั่วคราวได้หรือเปล่า สมมติผมอ้วนพอผมหายอ้วนผมก็หายไป หรือว่าคุณหมอจะดูจะดูแลไปตลอดชีวิต
 
พญ.พักตร์พิไล            เราสามารถดูแลไปได้เรื่อยๆ แต่หลักๆก็คือว่าเราอยากให้คนไข้ได้ข้อคิด แล้วก็การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อย่างคนไข้ Anti-Aging จะบอกเลยว่ามาเลยอาทิตย์ละ 3 วัน เพื่อมาออกกำลังกายกับเรา พอเดือนหรือสองเดือนน้ำหนักเขาลดเขาจะเริ่มติดการออกกำลังกาย คราวนี้เราปล่อยไปทำเองที่บ้านได้ แต่ว่าระยะแรกเราจะดูแลใกล้ชิด เจอหน้ากันบ่อยเพื่อให้แน่ใจว่าปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลังจากนั้นก็ไปดูแลตัวได้ แต่ถ้ามีปัญหาสุขภาพอีกก็กลับมาให้เราดูแลได้
 
สุรนันทน์         คุณหมอครับ เขาบอกว่าในประเทศไทยก็มีศาสตร์นี้อยู่ ในโลกก็มีศาสตร์นี้ด้วยหรือ แต่ก็ไม่ใช่แพทย์แผนไทยแล้ว
 
พญ.พักตร์พิไล            ถ้าพูดถึงเรื่องสปาบำบัดกับการแพทย์ทางเลือก ยุโรปก็มีศาสตร์ความรู้ แต่ถ้าเป็นอเมริกาศาสตร์ด้านอัลเทอร์เนทีฟ เมดิซิน เป็นอะไรที่เขาไม่มี ของเขาจะมีการแพทย์แผนปัจจุบันกับสปา อย่างมากก็มีอาหารเสริม ส่วนยุโรปจริงๆเป็นต้นแบบของวารีบำบัด ก็คือในเรื่องของการอาบน้ำแร่ นำพุร้อนต่างๆ แล้วเขาจะมีเทคนิคการนวดหรือใช้น้ำมันหอมระเหย
 
สุรนันทน์         จำเป็นหรือเปล่าที่จะต้องเป็นเศรษฐี แล้วเดินทางไปตรงนั้นได้
 
พญ.พักตร์พิไล            ไม่ใช่ จริงๆแล้ว เมดิคอล สปาไม่ใช่เรื่องของเศรษฐีเลย เมดิคอล สปามีหลากหลาย ตอนหลังๆเปลี่ยนไปในรูปของการผ่อนคลายก็เลยดูว่าสูงไปนิดหนึ่ง แต่จริงๆแล้วการนวดธรรมดา การใช้น้ำมันหอมระเหยด้วยสมุนไพรไทยก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องร่ำรวยถึงจะทำได้
 
สุรนันทน์       ในเมืองไทยมีคนบอกว่าใช้คำว่าสปาเยอะมาก เราก็ไม่ได้ไปว่าใครนะทุกคนก็ต้องประกอบอาชีพ แต่เราจะแยกแยะอย่างไร
 
พญ.พักตร์พิไล            ตอนนี้คือกระทรวงสาธารณสุขเริ่มมีมาตรฐาน หลังจากที่มี สปามาเกือบ 20 ปี มาตรฐานก็เพิ่งจะมีมาประมาณ 3-4 ปี โดยผู้ประกอบการจะต้องได้ประกาศนียบัตรแบบไหนเพื่อไม่ให้มั่วเกินไป ก็คือใช้สมุนไพรที่มีมาตรฐาน พนักงานก็ต้องผ่านการอบรม มีความสะอาด เพราะจริงๆแล้วสปาคือแหล่งที่ให้ความดูแลเรื่องสุขภาพ
 
สุรนันทน์         คุณหมอเป็นนายกสมาคม World Medical Spa Association นี่คือมาตรฐานที่พูดกัน
 
พญ.พักตร์พิไล            มาตรฐานของเมดิคอล สปา ในหลายๆประเทศทั่วโลกมีอยู่แล้ว ในเมืองไทยเองเรื่องของเมดิคอล สปา กระทรวงสาธารณสุขก็พยายามจะเอาคนที่ปฏิบัติงานด้านนี้ หรือมีองค์ความรู้ตรงนี้มารวมกัน ตัวหมอเองก็เป็นหนึ่งในกรรมการผู้ที่จะพิจารณามาตรฐานของเมดิคอล สปาในเมืองไทย ซึ่งในเมืองนอกเองก็เริ่มมีเรื่องของเมดิคอล สปา ต้องเข้าใจว่าแต่ก่อนเมดิคอลคือการแพทย์ กับสปา แยกกันอยู่คนละขั้ว แต่พอทุกคนมองเห็นว่าจริงๆต้องเป็นองค์รวม คือดูแลกายและดูแลใจไปพร้อมๆกัน ก็จะเริ่มมีหมอที่มาจับสถาบันเมดิคอล สปามากขึ้น พอมีหลากหลายก็อยากให้มีมาตรฐาน เพราะอย่างบางที่หมอก็ดูแลแต่เมดิคอล ไม่เคยรู้ว่าสปาในคลินิกของตัวเองมีอะไรบ้าง คนไข้มาหาหมอก็หาไปเสร็จแล้วอยากจะไปนวดก็ไป หรือเดี๋ยวนี้ก็มีเรื่องของการฝังเข็ม การนวดกดจุดซึ่งเป็นแพทย์แผนโบราณ เมดิคอล สปา จริงๆต้องมีความเชื่อมโยง อย่างเช่นคนไข้มีปัญหาผิวพรรณแบบนี้หมอต้องตอบได้ว่าคุณจะไปทำแบบไหน คนไข้หลังผ่าตัดคุณควรจะไปออกกำลังกายในน้ำแบบไหน คนไข้ที่เป็นมะเร็งทำคีโม หรือฉายแสงมา คุณจะไปนวดดีท๊อกซ์ คือหมอต้องมองภาพรวมของสุขภาพทั้งหมด หมอเองจะต้องเป็นคนแนะนำว่าเรามีสปาบำบัดอะไรที่จะช่วยเสริมการแพทย์แผนปัจจุบันให้เห็นผลได้ดียิ่งขึ้น
 
 
สุรนันทน์         ตอนนี้ระดับโลกมีการรวมตัวกันแล้ว
 
พญ.พักตร์พิไล            ตอนนี้ก็รวมตัวกัน ส่วนใหญ่ World Medical Spa Association จะเป็นหมอในยุโรป แต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกันไป เป็นเรื่องของความสวยความงาม เป็นเรื่องของ Anti-Aging เป็นเรื่องของอัลเทอร์เนทีฟ เมดิซิน แต่เขาบอกว่าในสปาทั้งหมดยังไม่มีที่ไหนที่เหมือนกับที่เราทำอยู่ในเมืองไทยตอนนี้ อย่างยุโรปส่วนใหญ่จะเน้นการแพทย์ทางเลือกกับสปา อเมริกาเน้นการแพทย์แผนปัจจุบันกับสปา แต่ที่รวมกันมีการแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์ทางเลือก แล้วก็สปาบำบัด ต้องบอกว่าอยู่ที่เมืองไทย ในเอเชียเองก็ต้องมาเรียนรู้จากเรา อาจจะเป็นเพราะว่าหมอไทยค่อนข้างจะเปิดกว้างในการที่จะเรียนรู้และรับรู้ว่าศาสตร์การแพทย์ทางเลือกก็มีข้อดี
 
สุรนันทน์         กระทรวงสาธารณสุขของเราก็ดีด้วย
 
พญ.พักตร์พิไล            ยังแปลกใจมากๆ เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ที่เริ่มมีกรรมการกำหนดมาตรฐานของเมดิคอล สปา ทางด้านผู้ใหญ่ในกระทรวงท่านก็ไปเชิญหมอแต่ละคนที่มีความสนใจตรงนี้ มีประสบการณ์ตรงนี้ เอาเข้ามารวมกลุ่มกัน คือเมดิคอล สปา คือการดูแลคนไข้แบบองค์รวมจริงๆ คือดูกาย ใจ จิต วิญญาณ ไม่ใช่รักษาแต่โรค
 
สุรนันทน์         สมมติเด็กไทยคนหนึ่งในมุมมองของคุณหมอเราต้องดูแลตัวเองอย่างไร
 
พญ.พักตร์พิไล            ต้องดูแลพ่อแม่ เริ่มให้ความรู้กับพ่อแม่ว่าไม่ควรจะมีขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม ขนมหวาน ท๊อฟฟี่ติดบ้าน ถ้าพูดถึงศาสตร์ของ Anti-Aging ไม่ใช่เริ่มที่อายุ 30 คนชอบบอกว่าฉันยังไม่แก่ ศาสตร์ของ Anti-Aging เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตที่ดีที่จะทำให้เรามีสุขภาพดี ถ้าเป็นเด็กๆก็ดูเรื่องของอาหารการกิน เด็กไทยตอนนี้จั๊งฟู้ด ฟาสต์ฟู้ด มากเกินไปมันก็มีผลต่อสุขภาพ ผักผลไม้สดไม่รู้จัก อีกอันที่ขาดมากสำหรับเด็กไทยคือขาดการออกกำลังกาย บ้านเรามีชั่วโมงพละแค่หนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในขณะที่หลักสูตรของเมืองนอกให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตของเด็ก เขาจะต้องมีชั่วโมงพละทุกวัน เลิกเรียนแล้วต้องเล่นกีฬา แล้วเด็กไทยก็คือเอาแต่เรียนอย่างเดียวพอเลิกเรียนต้องไปเรียนพิเศษ เพราะฉะนั้นขาดความสมดุลเด็กเราก็ไม่ได้สูงใหญ่เหมือนกับฝรั่ง เพราะเรื่องของอาหารการกิน เรื่องของการไม่ได้ออกกำลังกาย แล้วก็เรื่องของสิ่งแวดล้อม
 
สุรนันทน์         เพราะฉะนั้นที่คุณหมอทำอยู่สามารถเป็นได้ทั้งสังคม ทั้งประเทศ
 
พญ.พักตร์พิไล            ได้ทั้งหมด เพราะจริงๆแล้วเราเริ่มจากคนคนหนึ่งที่มาปรึกษาเราเรื่องสุขภาพ อาจจะเป็นเรื่องความสวยงาม เรื่อง Anti-Aging เรื่องเซ็กซ์เสื่อม หรืออะไรก็ตาม พอมาปรึกษาเราแล้วเชื่อสิ่งที่เราแนะนำ สอนเขา สิ่งที่เขาได้สัมผัส จากโปรแกรมเมดิคอล สปา เขาได้ไปใช้กับตัวเองและใช้กับทุกคนในครอบครัว หมอก็จะสอนไปถึงว่าถ้ามีลูกแล้วจะทำอย่างไร บางคนพ่อแม่ไม่ออกกำลังกายแล้วบอกให้ลูกออกกำลังกายก็เป็นไปไม่ได้ เราต้องสอนให้คนไข้เราออกกำลังกาย วันเสาร์ วันอาทิตย์ มีเวลา สวนสาธารณะเยอะแยะ ไปเดินสวนสาธารณะกับลูก ไปถีบเรือกับลูก ให้ได้วิตามินดีบ้าง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อคนไทยขาดวิตามินดี ทั้งๆวิตามินดีมาจากแสงแดดของฟรีแท้ๆแต่คนไทยขาดวิตามินดีเพราะไม่ได้ออกกำลังกาย