ร่วมแสดงความคิดเห็น  
GISTDA
13/10/2010


ซอยสวัสดี

โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ
17/11/2010

ซอยสวัสดี

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553

ผู้อ่านอ่านไม่ผิดครับ วันนี้ชื่อบทความเหมือนกับหัวคอลัมน์ ไม่ได้พิมพ์ผิดแต่ประการใด!!

เหตุมาจากข่าวในหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ที่ติดตามเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว โดยนำเสนอถึงข้อร้องเรียนของโรงแรมที่ตั้งอยู่ใน “ซอยสวัสดี” สุขุมวิท 31 ว่า การที่มีกองกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยรักษาความปลอดภัย “เต็มพื้นที่” คอยอารักขานายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่งผลให้กิจการโรงแรมและร้านค้าในบริเวณดังกล่าว “ซบเซา” ถึงขั้น “เจ๊ง”

ในฐานะที่มีบ้านอยู่ในบริเวณดังกล่าว ทั้งมีคอลัมน์ประจำเป็นชื่อซอยเสียอีก ที่จำไม่เขียนถึงเลยก็จะกระไรอยู่

ซอยสวัสดี หรือ ซอยสุขุมวิท 31 นั้น เป็นซอยที่สามารถเข้าได้ทางถนนสุขุมวิท และทะลุไปได้หลายทาง ทั้ง ซอยประสานมิตร ที่มีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรตั้งอยู่ พร้อมด้วยโรงเรียนสาธิตประสานมิตร ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นอกจากนี้ยังออกไปทาง “ซอย” ซึ่งปัจจุบันเป็น “ถนน” คือ ถนนอโศก อันเป็นเส้นทางเศรษฐกิจ ที่มีบริษัทใหญ่ๆตั้งอยู่หลายบริษัท และหากขับรถผ่านข้ามสี่แยกอโศกไปเรื่อยๆก็จะถึง ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ซอยสวัสดียังทะลุไปทางซอยพร้อมพงษ์ได้ ซึ่งข้ามฟากถนนสุขุมวิทจากปากซอย จะเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดัง “ดิเอมโพเรียม” แต่หากไปท้ายซอยก็จะข้ามคลองแสนแสบ ทะลุไปถนนเพชรบุรีตัดใหม่ได้

ช่วง 30 ปีที่ผ่านมา บริเวณ 1 ตารางกิโลเมตร จากบ้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีความเปลี่ยนแปลงมากมายในการใช้พื้นที่ จากชุมชนบ้านมีรั้วที่เงียบสงบ กลับเป็นทั้งย่านเศรษฐกิจ ร้านค้า ร้านอาหาร คอนโด อพาร์ตเม้นท์ อาคารสูงถูกสร้างขึ้นนับไม่ถ้วน และถนนสุขุมวิทยังมีรถไฟฟ้า บีทีเอส ผ่าน โดยสถานีอโศกยังเปลี่ยนนั่งรถใต้ดินได้ด้วย

บ้านในบริเวณ ก็ยังมีจำนวนมาก เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งในวงราชการและเอกชนที่มีชื่อเสียงหลายคน แต่หลายคนขายที่ขึ้นคอนโด หรือไม่ก็ปล่อยบ้านให้เช่า มีคนญี่ปุ่นมาอยู่จำนวนมาก รวมไปถึงฝรั่งชาวตะวันตกด้วย

ที่น่าสนใจ คือในบริเวณดังกล่าวมี คลับ ผับ บาร์ ค็อกเทลเล้าจ์ โรงแรมม่านรูด จำนวนมาก โดยมีแหล่งรวมที่ “ซอยคาวบอย” ที่อยู่ระหว่างประสานมิตรกับอโศก ซึ่งเป็นแหล่งเที่ยวของชาวต่างชาติ ชื่อดังไม่แพ้ “พัฒน์พงษ์” นอกนั้นจะกระจัดกระจายไปทั่ว และมีทุกระดับ ทั้งที่หรูหราค่าเมมเบอร์ราคาแพง จนเป็นพวกบาร์ และ “สปาหลบมุม” ที่ชาวญี่ปุ่นชอบนักชอบหนา ที่เติบโตเร็วอีกซอยก็คือ ซอยแดงอุดม สุขุมวิท 33 ซึ่งเป็นแหล่งของนักท่องราตรี มีบาร์เลาจ์ชื่อฝรั่งเรียงราย ซอยนี้ท้ายซอยเลี้ยวซ้ายก็ถึงบ้านนายกฯทันที

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บริเวณนี้จะพลุกพล่านทั้งวันทั้งคืน มีรถวิ่งทั้งวัน ช่วงเช้าช่วงเย็นพ่อแม่ผู้ปกครอง โรงเรียนสาธิตฯ ส่งและรับลูก เช่นเดียวกับที่ โรงเรียนสวัสดีวิทยา ของ กทม. ช่วงอื่นๆเป็นไปตามธรรมชาติของ “ธุระ” ทั้งกลางวันและกลางคืน

เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง โดยมีการกั้นถนน รวมทั้งการประท้วงทางการเมือง ตลอดจนการ “รักษาความปลอดภัย” ที่มีกองกำลังตำรวจทหาร อาวุธครบมือจำนวนมากมายืนตรงสี่แยกหน้าบ้านของนายอภิสิทธิ์ คนที่สัญจรย่อมต้องรำคาญเป็นธรรมดา และใครที่ “ทำมาหากิน” อยู่ก็ต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งก็น่าเห็นใจ ใครจะไปคิดว่ามาตั้งหลักปักฐานตรงนี้แล้ว วันดีคืนดีมีคนในซอยได้เป็น นายกฯ จะทำให้การค้าตกต่ำ

ทั้งที่ตอนแรกอาจนึกดีใจว่า น่าจะมีคนเข้าออกมาก และมาใช้บริการ ซื้อข้าวของเสียด้วยซ้ำ!!

เรื่องนี้คงไม่ยุติธรรมหากจะไปโทษตัวนายกฯ แต่ในขณะเดียวกัน ผมเองก็รู้สึกว่า ทหาร ตำรวจที่ประจำการอยู่นั้นมีจำนวนมาก และอาจจะมากเกินความจำเป็นเสียด้วยซ้ำ และไม่ค่อยจะมีระเบียบ คือ นั่งๆยืนๆคุยกันไป ที่หวาดเสียวสำหรับหลายคน คือ ปืนกลที่สะพายถือกันไปมาเสมือนมีสงคราม แต่ไม่แน่ใจว่าจะ “ปฏิบัติการ” ได้จริง เพราะหากสาดกระสุนออกไป คง “ดูไม่จืด”

หากจัดระเบียบ ทำให้ “เนียน” ขึ้นหน่อย ไม่ต้องมา “จังก้า” เพื่อ “ขู่” น่าจะป้องกันภัยได้ดีกว่า!!

และกรณีนี้เป็นประเด็นที่ทำให้คิดต่อไปด้วยว่า น่าจะถึงเวลาแล้วที่ “นายกรัฐมนตรี” ควรมี “บ้านประจำตำแหน่ง” จะปรับปรุง “บ้านพิษณุโลก” ให้ดี อยู่ได้จริงก็เหมาะสม ไปทำงานทำเนียบรัฐบาลสะดวก บ้านไม่ติดรั้ว ขว้างอะไรเข้าก็ลงสนามหญ้า ที่สำคัญไม่ต้องรบกวนเพื่อนบ้าน ไม่ว่านายกฯจะเป็นใครในอนาคต

ผู้บัญชาการทหารบก และอดีต ผบ.ทบ. ยังมี “บ้านหลวง” อยู่ได้ สร้างกันเป็นล้านๆบาท หาบ้านให้ นายกฯ อยู่โก้ๆแบบ “ทำเนียบขาว” สักหลังก็จะดี!!